แฟนลูกหนังชาว CLUBBALLZA ครับ วันนี้ อ.แดง ขอพามาขยี้ประเด็นร้อนระดับโลกนอกสนามหญ้ากันบ้าง เมื่อพญามังกรอย่าง “จีน” ที่เคยเปย์หนักจัดเต็มในอดีต กลับเมินหน้าหนีดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 จนสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่อย่าง CCTV ยอมให้หน้าจอ “จอดำ” ดีกว่ายอมจ่ายเงินมหาศาลให้กับ FIFA
เจาะ 3 สาเหตุหลัก ทำไมจีนไม่ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 และยอมปล่อยจอดำ
สำหรับใครที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับดีลระดับหมื่นล้านนี้ และทำไมพญามังกรถึงกล้าหักหน้าฟีฟ่า อ.แดง สรุปปัจจัยสำคัญมาให้อ่านกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ ดังนี้ครับ:
- ราคาขูดเลือดขูดเนื้อ (แถมแพงกว่าอินเดีย 60 เท่า): FIFA ตั้งราคาขายให้จีนสูงถึง 250-300 ล้านดอลลาร์ (พุ่งขึ้นจากครั้งก่อน 60%) ในขณะที่งบของ CCTV มีแค่ 60-80 ล้านดอลลาร์ ที่น่าเจ็บใจคือ FIFA ดันขายให้อินเดีย (ที่มีประชากรพอๆ กัน) แบบแพ็กเกจ 2 สมัยในราคาแค่ 35 ล้านดอลลาร์เท่านั้น!
- กับดักเวลา (Time Zone Trap): ฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดที่อเมริกาเหนือ ซึ่งเวลาเตะกว่า 70% จะไปตรงกับช่วงตี 2 ถึง 10 โมงเช้าตามเวลาปักกิ่ง ในมุมของสถานีโทรทัศน์ การทุ่มเงินหมื่นล้านเพื่อฉายบอลตอนคนนอนหลับ ย่อมหาโฆษณามาคืนทุนได้ยากมาก
- พฤติกรรมเปลี่ยน & ทีมชาติไม่เข้ารอบ: ยุคนี้คนหันไปดูไฮไลต์ผ่านโซเชียลกันหมดแล้ว ประกอบกับทีมชาติจีนตกรอบเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน ทำให้ความอินของแฟนบอลลดลงฮวบฮาบ แฟนบอลถึงกับบ่นว่า “จะจ่ายแพงทำไม ในเมื่อทีมก็ไม่ได้ไป แถมต้องตื่นมาดูตอนตี 4”
- งัดข้อด้วยกฎเหล็ก (Monopsony): จีนใช้กฎหมายกำหนดให้ CCTV เป็นผู้เจรจาซื้อลิขสิทธิ์ “รายเดียว” เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทเอกชนในประเทศไปบิดแข่งกันเองจนราคาพุ่ง ทำให้ CCTV มีอำนาจต่อรองเหนือฟีฟ่าแบบเต็มประตู
มุมมอง CLUBBALLZA โดย อ.แดง: งานนี้ถือเป็น “เกมวัดใจ” (Game of Chicken) ครั้งใหญ่ครับ จีนกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ยุคสมัยแห่งการมองพวกเขาเป็น “บ่อเงินบ่อทอง” ที่หลับหูหลับตาจ่ายได้จบลงแล้ว เมื่อตัวเลขทางธุรกิจไม่คุ้มค่า พญามังกรก็พร้อมลุกออกจากโต๊ะเจรจาแบบไม่แคร์สื่อ งานนี้ต้องรอดูว่าฟีฟ่าจะยอมถอย หรือจะปล่อยให้ตลาดระดับพันล้านคนจอดำจริงๆ!
